สงสัยกันมั้ย ว่าทำไมถึงต้องสวมแหวนแต่งงานที่นิ้วนางข้างซ้าย แทนที่จะเป็นนิ้วอื่นที่เราถนัดเหมือนตอนใส่นาฬิกา !?!?

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อ 2,800 ปีก่อนคริสตกาล ชาวอียิปต์เชื่อกันว่า นิ้วมือทั้งสิบนิ้วของคนเรา มีเพียงนิ้วนางข้างซ้ายเท่านั้นที่มีเลือดใหญ่ที่ไหลตรงเข้าสู่หัวใจ จึงมีการตั้งชื่อเส้นเลือดดังกล่าวว่า vena amori อันเป็นภาษาละตินซึ่งมีหมายความว่า “เส้นเลือดแห่งความรัก” (vein of love) ผู้คนต่างยอมรับ และเลือกจะสวมแหวนแต่งงานบนนิ้วนางข้างซ้ายตั้งแต่นั้นมา

สำหรับอีกหนึ่งความเชื่อ เกิดจากการทดลองทางกายภาพ เพื่อพิสูจน์ความมหัศจรรย์ของนิ้วทั้ง 10 ของเรา ถ้าอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลองมาทำพร้อมๆกันค่ะ

เริ่มจากแบมือ 2 ข้าง ประกบเข้าหากัน (เหมือนพนมมือไหว้) จากนั้นงอนิ้วกลางทั้งสองข้างลงมาด้านในมือ แล้วลองปล่อยนิ้วที่เหลือให้ปลายนิ้วแยกออกจากกันทีละนิ้ว ก็คือ โป้ง/ ชี้/ นาง/ ก้อย (โดยยังคงค้าง“นิ้วกลาง”อยู่ในท่าเดิม) จะพบว่า…ทุกนิ้วปล่อยแยกจากกันได้อย่างง่ายดาย มีเพียงแต่ “นิ้วนาง” เท่านั้นที่แยกออกจากกันไม่ได้ ซึ่งแทนความหมายว่า “เราจะไม่พรากจากกัน”
และนั่นเป็นเพราะความเชื่อที่ว่า…….

  • นิ้วโป้ง แทน พ่อแม่ ซึ่งวันหนึ่งท่านก็ต้องจากเราไป
  • นิ้วชี้ แทน พี่น้อง ที่ต่างแยกย้ายไปใช้ชีวิต
  • นิ้วกลาง แทน ตัวเราเอง
  • นิ้วก้อย แทน ลูก เมื่อเติบโตก็ไปสร้างครอบครัวเป็นของตัวเอง
    และสุดท้าย “นิ้วนาง” แทน “คู่ชีวิต” ที่จะอยู่กับเราไปจนกว่าจะตายจากกัน

    และนี่ก็คือความเชื่อที่ส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตามยังมีคู่บ่าวสาวในบางประเทศที่สวมแหวนแต่งงานบนนิ้วนางข้างขวา เช่น ประเทศ เยอรมนี ชีลี หรือชาวคริสต์นิกายออทอดอกซ์ ชาวยุโรปตะวันออก และชาวยิว ก็นิยมสวมแหวนแต่งงานที่นิ้วนางข้างขวาเช่นกัน

    ความเชื่อของการเลือกสวมแหวนบนนิ้วนางข้างซ้าย เป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตคู่เพียงเท่านั้น หากต้องการให้ความรักวิ่งตรงเข้าสู่หัวใจ ต้องหมั่นดูแลเอาใจใส่คู่รักของคุณให้ดีๆ ไม่มีความเชื่อใดที่ดีไปกว่า เชื่อมั่นในกันและกัน

ใคร ? ที่นิ้วนางข้างซ้ายยังว่างอยู่ ก็อย่าลืมรักตัวเองให้มากๆ เพื่อรอวันที่จะมีใครเข้ามาสวมแหวนและเติมหัวใจของคุณให้เต็มในสักวัน นะคะ

Photo : Pinterest

Categories:

Tags:

Comments are closed