‘โกโก ชาแนล’ จากเด็กกำพร้า ที่ฉีกกฎแฟชั่นเดิมๆ จนกลายเป็นแบรนด์ระดับตำนาน
.
โกโก ชาแนล (Coco Chanel) ผู้ก่อตั้ง ‘ชาแนล’ (Chanel) แบรนด์ที่ผ่านกาลเวลามากว่าร้อยปี ด้วยความเรียบหรู ดูมีระดับ แต่ขณะเดียวกันก็ดูเก๋ เท่ และเป็นที่นิยมของเหล่าชนชั้นสูงในอดีต จนปัจจุบันก็ยังเป็นแบรนด์ไฮเอนด์ (Hi-End) ที่สาวๆ หลายคนอยากจะมีไว้ในครอบครอง
.
แต่กว่าจะยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้ ทั้งตัวชาแนลและแบรนด์ของเธอ ผ่านเรื่องราวมามากมาย จากเด็กหญิงกำพร้า ที่ลุกขึ้นมาฉีกกฎแฟชั่น ใส่ความเป็นตัวตนลงไปในงานอย่างมั่นใจ จนกลายมาเป็นแบรนด์ชาแนลในทุกวันนี้
.
.
/ จากเด็กกำพร้า สู่การได้สัมผัสสังคมชนชั้นสูง /
.
โกโก ชาแนล มีชื่อเดิมว่า กาเบรียล ชาแนล (Gabrielle Chanel) เกิดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ปี 1883 ที่เมืองซูเมอร์ ประเทศฝรั่งเศส ในครอบครัวที่ยากจน เมื่อเธออายุได้ 12 ปี แม่ของเธอก็จากไปด้วยโรคหลอดลมอักเสบ หลังจากนั้นพ่อของเธอก็ได้พาเธอ พี่สาว และน้องสาว ไปไว้ที่สถานรับเลี้ยงเด็ก
.
ชาแนลใช้ชีวิตในสถานรับเลี้ยงเด็กจนถึงอายุ 18 ปี จากนั้นก็ย้ายไปอยู่ที่หอพักของศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก ที่นั่นเธอได้เรียนรู้เรื่องการตัดเย็บเสื้อผ้าเป็นครั้งแรก และด้วยความขยัน ตั้งใจ ชาแนลฝึกฝนอย่างหนัก จนมีฝีมือและสามารถสร้างรายได้จากการเป็นช่างตัดเย็บได้
.
ชาเเนลไม่ได้ทำแค่งานเย็บผ้าเท่านั้น แต่เธอยังเป็นนักร้องอยู่ที่คาบาเร่แห่งหนึ่ง ที่นี่เองทำให้เธอได้ฉายาว่า โกโก ชาแนล การทำงานที่นี่ทำให้เธอได้พบกับ เอเตียน บัลซอง (Etienne Balsan) อดีตทหารม้า ทายาทเศรษฐีธุรกิจสิ่งทอ พวกเขาคบหากันแบบลับๆ และการคบกับเอเตียน ก็ทำให้ชาแนลได้สัมผัสกับวิถีชีวิตแบบชนชั้นสูงเป็นครั้งแรก
.
แต่ระหว่างที่คบอยู่กับเอเตียน การปรากฏตัวของอาร์เธอร์ เอ็ดเวิร์ด คาเปล (Arthur Edward Capel) ชายชนชั้นสูงจากอังกฤษ ที่เป็นเพื่อนของเอเตียนนั้น เป็นเหตุให้เอเตียนและชาแนลต้องเลิกรา ชาแนลเลือกที่จะไปต่อกับคาเปล เธอรักเขามาก และเขากก็เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบของเธอ แต่ถึงทั้งคู่จะรักกันมากแค่ไหน ด้วยความต่างทางชนชั้น ก็ทำให้ไม่สามารถแต่งงานกันได้ ซึ่งชาแนลก็ยังต้องอยู่ในฐานะภรรยาเก็บเหมือนกับตอนที่คบกับเอเตียน
.
ปี 1909 ด้วยเงินสนับสนุนจากคาเปล ทำให้ชาแนลได้เปิดร้านที่ชื่อ Chanel Modes โดยผลงานแรกของเธอคือ การออกแบบหมวก ซึ่งก็ประสบความสำเร็จ ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะดันไปถูกใจ กาเบรียล ดอร์เซียต (Gabrielle Dorziat) ที่เป็นนักแสดงหญิง และเธอก็ใส่หมวกนี้เข้าฉากในหนังถึงสองเรื่อง ทำให้ร้านของชาแนลเป็นที่รู้จักของผู้คนมากขึ้น
.
.
/ ถ่ายทอดความเป็นตัวเองออกมาในงาน /
.
นอกจากหมวกแล้ว ชาแนลก็ได้ออกแบบเสื้อผ้าผู้หญิงสำหรับโอกาสต่างๆ และเธอก็ได้เปิดร้านเพิ่ม ซึ่งก็ถือว่า ตอนนั้นชีวิตของเธอเดินทางมาไกลจากจุดที่ติดลบมากทีเดียว
.
เสื้อผ้าของชาแนลเรียกได้ว่า ฉีกแนวแฟชั่นในยุคนั้นค่อนข้างมาก ในช่วงที่ผู้หญิงนิยมใส่ชุดรัดรูป กระโปรงสุ่ม สีสันหลากหลาย ซึ่งไม่เข้ากับรูปร่างผอมสูงของเธอเลย เธอจึงออกแบบเสื้อผ้าทรงตรงที่ไม่เน้นสัดส่วน และมักเป็นสีโทนขาว ดำ ซึ่งว่ากันว่า เธอได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากชุดแม่ชี ที่เธอคุ้นเคยสมัยเด็กๆ อีกทั้งชาแนลยังชอบแต่งตัวแบบผู้ชาย เธอเป็นคนแรกๆ ที่ริเริ่มการใส่กางเกงในหมู่ผู้หญิงเลยด้วยซ้ำ
.
แต่ตอนนั้นเอง ชีวิตที่กำลังไปได้ด้วยดีของชาแนลต้องหยุดชะงักลง เมื่อคาเปลผู้ชายที่เธอรักมากที่สุด จากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ชาแนลเสียใจอย่างที่สุด ราวกับว่าได้สูญเสียโลกทั้งใบไป แต่หญิงแกร่งอย่างชาแนลเสียใจได้ไม่นาน เธอลุกขึ้นมาเปลี่ยนความเศร้าโศกเป็นผลงาน โดยได้ออกแบบเสื้อผ้าสีดำเพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับสามี
.
.
/ แบรนด์ที่ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนาน /
.
แบรนด์ชาแนลถูกพิสูจน์ว่า เป็นแบรนด์ระดับตำนาน ด้วยการผ่านช่วงเวลามาอย่างยาวนาน อีกครั้งหนึ่งที่พิสูจน์ความแข็งแกร่งของชาแนลคือ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนหน้านี้ชาแนลและแบรนด์ของเธอถือว่ารุ่งเรืองจนถึงจุดสูงสุดเลยทีเดียว เธอมีร้านถึง 5 สาขา และมีลูกจ้างกว่า 4,000 คน
.
พอเกิดสงครามโลกครั้ง 2 ร้านของเธอจำเป็นต้องปิดจนเหลือสาขาเดียว มีเพียงจิลเวอรีและน้ำหอม ชาแนล นัมเบอร์ 5 ที่โด่งดังเท่านั้นที่ยังขายอยู่ ชีวิตช่วงนั้นของชาแนลต้องระหกระเหินไปอยู่กับคนรักในตอนนั้น ที่เป็นทหารยศสูง และได้แยกทางกันในเวลาต่อมา กว่าจะจบสงคราม ได้กลับมาอีกครั้ง ซึ่งตอนนั้นเธอก็อายุ 71 ปีเข้าไปแล้ว
.
แต่เธอยังคงไม่หยุดสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ หลังจากวงการแฟชั่นเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง เธอหันมาจริงจังกับการขายน้ำหอม ตกแต่งร้านที่เหลืออยู่ และเตรียมคอลเลคชั่นใหม่ เธอทำงานจนช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยก่อนที่จะเสียชีวิตเธอก็กำลังเตรียมคอลเลคชั่นสำหรับฤดูใบไม้ผลิอยู่
.
เรื่องราวของชาแนลทำให้เราไม่สงสัยเลยว่า ทำไมสินค้าแบรนด์นี้ถึงยังคงเป็นที่นิยมจนถึงทุกวันนี้
.
เท่าที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า โกโก ชาแนล พลิกชะตาชีวิตจากเด็กกำพร้ามาเป็นสู่แบรนด์ไฮเอนด์ได้ด้วย ‘ความขยันและตั้งใจ’ ศึกษาเรื่องการเย็บผ้า และหมั่นฝึกฝนจนชำนาญ ทำให้เธอมีความสามารถมากพอที่จะคว้าโอกาสที่เข้ามาได้ และ ‘ความมั่นใจ’ ในสไตล์ของตัวเอง ก็ทำให้เธอกล้าที่จะสร้างสรรค์งานที่แตกต่างจากแฟชั่นเดิมๆ
.
และท้ายที่สุด เธอเป็นคนที่มี ‘ความหลงใหล’ หรือมีแพสชัน (passion) อยู่ตลอด แม้ว่าจะผ่านกาลเวลาอย่างยาวนาน ผ่านเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตมามากมาย แต่ชาแนลก็ยังคงออกแบบ ยังคงสร้างผลงานที่เป็นตัวเองออกมาได้ตลอด จนกระทั่งช่วงสุดท้ายของชีวิต
.
เขียนโดย Junprapa Thongnin
ที่มา Blue O’clock, Vogue, The People, Marketing Oops!

Categories:

Tags:

Comments are closed